ภูมิแพ้อาหาร Vs. ภูมิแพ้อาหารแฝง​

ภูมิแพ้อาหาร Vs. ภูมิแพ้อาหารแฝง​

ภูมิแพ้อาหารเป็นสิ่งที่หายากและยังสามารถรักษาได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้อันตรายถึงชีวิต แต่คุณก็ควรรู้ข้อเท็จจริงบางประการของมันเอาไว้

ภูมิแพ้อาหารคืออะไร?
เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของคุณมีปฏิกิริยาต่ออาหารบางประเภท มันอาจนำไปสู่การเกิดภูมิแพ้อาหารขึ้นได้และก่อให้เกิดอาการอักเสบในเนื้อเยื่อของร่างกายที่มีอันตรายถึงชีวิตได้ในบางกรณี หากคุณเป็นภูมิแพ้อาหารแล้วล่ะก็ คุณจะมีอาการเดิมๆ ซ้ำๆ แม้จะทานอาหารบางประเภทในปริมาณน้อยนิดก็ตาม

มันคืออย่างเดียวกันกับภูมิแพ้อาหารแฝงหรือเปล่า?
ภูมิแพ้อาหารไม่ควรถูกนำไปสับสนกับภูมิแพ้อาหารแฝง เพราะพวกมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภูมิแพ้อาหารแฝงไม่ได้ถูกก่อโดยระบบภูมิคุ้มกัน แต่กลับได้รับสารพิษที่เป็นอันตรายจากการกินปลาหรือ หรือสารฮิสตามีนจากอาหารที่มีสารฮิสตามีนสูง ดังนั้น อาการเหล่านี้จึงมีความเกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารอย่างอาการเจ็บ อาการอาหารไม่ย่อย ท้องเสีย หรือแม้แต่อาการเจ็บข้อต่อและอาการปวดหัว แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนไม่ได้อันตรายถึงชีวิต

ภูมิแพ้อาหารโดยทั่วไป อย่างภูมิแพ้ถั่วลิสงหรือหอย สามารถสังเกตได้จากอาการรุนแรงที่เกิดทันทีทันใดหลังอาหารเหล่านั้นมีฏิกิริยากับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ปฏิกิริยาต่อภูมิแพ้อาหารแฝง มักเกิดขึ้นช้ากว่าและอาจใช้เวลาหลายวันกว่าอาการจะปรากฏขึ้น ในขณะที่ภูมิแพ้อาหารจะเกิดอาการขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาอย่างมาก 2 ชั่วโมงหลังได้สัมผัสอาหารที่ทำให้เกิดอาการแล้ว

อาการของภูมิแพ้อาหารมีอะไรบ้าง?
ผู้คนต่างกลัวที่จะทานอาหารบางประเภทเพราะพวกเขาเชื่ออย่างผิดๆ ว่าอาหารพวกนั้นจะทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ ภูมิแพ้อาหารจริงๆ นั้นมีโอกาสเกิดน้อยมาก และมีเพียง 6~8% ของเด็กทารก และ 2~3% ของผู้ใหญ่เท่านั้นที่มีอาหารแพ้อาหาร โดยปกติแล้ว อาการมักปรากฏภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังทานอาหารหรือสัมผัสกับอาหาร แต่บางครั้งก็อาจเกิดขึ้นช้าหลังจากนั้นกว่าสองชั่วโมงอาการของภูมิแพ้อาหารได้แก่อาการหายใจลำบาก การจาม น้ำมูกไหล เหนื่อยล้า ผื่นเรื้อรัง อ้วก ปวดบวม และมีปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงอย่างเฉียบพลัน (Anaphylactic shock)

ทำไมถึงเป็นภูมิแพ้อาหารได้?
ภูมิแพ้อาหารเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายของคุณแสดงปฏิกิริยาต่อโปรตีนธรรมดาของอาหารมากเกิดไปและคิดว่าอาหารเหล่านั้นคือเชื้อโรค จากนั้น ร่างกายของคุณจะสร้างสารภูมิต้านทานขึ้นมาซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบและบวมภายในช่องลม ลำไส้ ผิวหนัง และดวงตา ปฏิกิริยาของมันต่อโปรตีนบางชนิดเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า สารก่อภูมิแพ้ โดยปกติทั่วไปแล้ว ภูมิแพ้อาหารคือภูมิแพ้ชนิดที่ 1 ที่ระบบภูมิคุ้มกันสร้างสารภูมิต้านทานขึ้นมา เป็นแอนตีบอดี IgE เฉพาะ ร่างกายสร้างแอนตีบอดี IgE ขึ้นมาในสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ แต่จะสร้างเพิ่มมากขึ้นในครั้งต่อไปที่คุณทานอาหารชนิดเดิมอีก

จะตรวจว่าแพ้อาหารประเภทไหนได้อย่างไร?
หนึ่งในวิธีตรวจภูมิแพ้โดยทั่วไปก็คือการตรวจผิวหนัง การทดสอบด้วยการสะกิดผิว (Scratch test) โดยผิวของคุณจะถูกสะกิดด้วยสารสกัดจำนวนเล็กน้อยของสารก่อภูมิแพ้เช่นเกสรหรืออาหารที่แขนหรือหลังโดยแพทย์ของคุณ หากผิวของคุณมีรอยแดง มีปุ่มนูนขึ้นมาหลังจากผ่านไป 15 นาที นั่นแปลว่าคุณมีภูมิแพ้ต่อสิ่งนั้นๆ วิธีตรวจภูมิแพ้อีกประเภทก็คือ การทดสอบด้วยเลือด (Blood test) โดยส่งเลือดตัวอย่างจำนวนน้อยไปยังห้องแล็บเพื่อตรวจสอบว่าในเลือดมีสารแอนตีบอดี IgE ต่ออาหารบางชนิดไหม หากมีสารแอนตีบอดี IgE ในเลือดจำนวนมากพอ ก็มีความเป็นไปได้ว่าบุคคลนี้มีภูมิแพ้อาหาร

​ที่มา :
https://kidshealth.org/en/parents/allergy-tests.html
http://www.food-detective.com.au/what-is-food-intolerance
https://www.netdoctor.co.uk/conditions/allergy-and-asthma/a6102/food-allergy

B01-vitaliaclinicthailand_com-HMKK-ThitikamonModhuang-MINTODA

More Blog & New