
การหลงลืมที่เกิดขึ้นในบางครั้งจัดเป็นเรื่องปกติมาก ๆ และทุกคนต่างก็จะต้องเคยเจอช่วงเวลาที่ตัวเองลืมเรื่องอะไรบางอย่างกันไปบ้าง แต่ถ้าการหลงลืมนี้ทวีคูณความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับขั้นละ? สิ่งนี้จะบอกถึงอาการอัลไซเมอร์หรือไม่ วันนี้ Vitalia Wellness Clinic อยากจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับโรคอัลไซเมอร์ให้ดีขึ้นกัน และอยากจะชวนคุณมาเช็กกันแบบด่วน ๆ กับอาการอัลไซเมอร์เบื้องต้น อัลไซเมอร์ อาการของโรคจะแสดงอาการยังไงออกมาบ้าง เพื่อที่จะได้วางแผนแนวทางเยียวยากันตั้งแต่เนิ่น ๆ

อัลไซเมอร์ คือ ภาวะสมองเสื่อมชนิดหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ช่วงวัยที่พบได้มากคือผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคนที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ อาการเสื่อมถอยที่เกิดจากภาวะสมองเสื่อมจะดำเนินแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเริ่มจากการสูญเสียความจำ ความคิด และพฤติกรรม จนกระทั่งทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตนเองได้อีกต่อไปเพราะ “ลืม” แม้กระทั่งพื้นฐานของการใช้ชีวิตแบบง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ การใส่เสื้อผ้า การทานข้าว และเดินไม่ได้

ผู้สูงอายุจำนวนมากมักมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ บ้างแต่ก็เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้พัฒนากลายเป็นภาวะอัลไซเมอร์หรือไม่ได้เป็นโรคสมองเสื่อมแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของผู้ที่มีอายุมากแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าอาการหลงลืมตามช่วงวัย กับภาวะอัลไซเมอร์มีความแตกต่างกันในเรื่องไหนบ้าง
คุณผู้อ่านจะเห็นได้ว่าผู้ที่เริ่มมีอายุมากขึ้นมักจะต้องมีการหลงลืมเกิดขึ้นบ้าง แต่ถ้าพยายามคิดสักหน่อยก็มักจะนึกออกได้เอง ในส่วนของอารมณ์ก็ยังคงแสดงอารมณ์ปกติ ผิดหวัง ดีใจ มีความสุข เสียใจ ตามบุคลิกลักษณะนิสัยส่วนตัวของผู้สูงอายุรายนั้น แต่สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์จะเป็นมากกว่าคำว่าหลงลืม
เพราะผู้ป่วยจะเต็มไปด้วยความสับสน ความไม่เข้าใจ ความหงุดหงิดกิจกรรมที่เคยทำได้ก็ทำไม่ได้แล้ว และถ้าคุณสังเกตจะพบว่าผู้ที่อยู่ในภาวะอัลไซเมอร์ อาการทางด้านความทรงจำเสื่อมถอยแย่ลงตามลำดับ

ในปัจจุบันภาวะอัลไซเมอร์ยังเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ และระยะเวลาของความรุนแรงในการหลงลืมนั้น จะค่อย ๆ เกิดขึ้นตามลำดับขั้น โดยอัลไซเมอร์ อาการ จะแบ่งออกเป็น 3 ลำดับคร่าว ๆ ได้แก่
ระยะเริ่มต้น ในช่วงเริ่มต้นนี้อาการจะไม่รุนแรงเลย มักจะมีการหลงลืมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งในช่วงระยะเริ่มต้นนี้อาจกินเวลาหลายปีก็ได้ *แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละคน
ระยะกลาง โดยทั่วไปจะเป็นระยะที่ยาวที่สุด ซึ่งมักกินเวลานานหลายปี อาการหลงลืมจะเริ่มแย่ลง มีปัญหาในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และเริ่มจำรายละเอียดของชีวิตตัวเองไม่ได้ เช่น ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์จะลืมไปจนหมด มีปัญหาในการอ่าน การเขียน และสับสนกับตัวเลข
ระยะรุนแรง เป็นระยะสุดท้ายของผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถไปหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง การรับประทานอาหาร และอาจกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่อยู่ เพราะว่าสูญเสียความสามารถในการควบคุมกล้ามเนื้อในส่วนนั้นไป มักจะพูดเป็นคำหรือเป็นประโยคสั้น ๆ แต่ถ้าพูดคุยกันแบบยาว ๆ ก็จะทำไม่ได้เลย และต้องการความช่วยเหลือตลอดเวลา

ถึงแม้ว่าโรคอัลไซเมอร์จะเป็นโรคทางสมองที่น่ากลัวก็จริง แต่ Vitalia Wellness Clinic อยากบอกคุณผู้อ่านว่า อย่าเพิ่งเกิดความกังวลมากเกินไป เพราะว่ายังมีวิธีฝึกและกระตุ้นสมองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ ด้วยการหมั่นกระตุ้นและฝึกสมองบ่อย ๆ การฝึกฝนสมองไม่จำเป็นต้องหาอ่านความรู้ที่เข้าใจยาก ๆ เท่านั้น
ขอเพียงแค่กระตุ้นสมองอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ และทำให้สมองได้ทำงานบ้างก็เท่านั้น เช่น พยายามมีสติในการสิ่งต่าง ๆ ที่กําลังทํา มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และฝึกให้สมองให้ได้คิดบ่อย ๆ เช่น อ่านหนังสือนิยายที่ชอบ ฝึกคิดเลข เล่นเกมซูโดกุ เล่นเกมตอบปัญหา เกมจดจําชื่อ เล่นบอร์ดเกมสนุก ๆ ฝึกหัดการใช้อุปกรณ์ใหม่ ๆ หรือฝึกทักษะการท่องจำ เช่น การท่องบทสวดมนต์ การฝึกร้องเพลงที่มีเนื้อเพลงใหม่ ๆ เป็นการกระตุ้นสมองให้พยายามจดจำสิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

อย่างที่เราได้กล่าวเอาไว้แล้ว โรคอัลไซเมอร์ยังเป็นโรคที่ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่สามารถชะลอการหลงลืม ไม่ให้การดำเนินของโรคเข้าสู่ภาวะระดับ 2 หรือระดับ 3 เร็วเกินไปนัก ด้วยการหมั่นสังเกตอาการของผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ หลังจากนั้นก็ให้รีบมาพบคุณหมอให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้วางแผนในการรักษาเยียวยากันต่อไป วิธีการรักษาจะแบ่งออกเป็น สอง วิธีใหญ่ ๆ ด้วยกันได้แก่วิธีการทานยา และธรรมชาติบำบัด
ถึงแม้ว่าขณะนี้วงการแพทย์ยังไม่สามารถคิดค้นยา หรือวิธีรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาดได้ แต่ “ความเสี่ยง” ในการเป็นอัลไซเมอร์สามารถรู้ล่วงหน้าได้ ด้วยการตรวจเลือด และวิธีการตรวจลึกไปจนถึงระดับเซลล์จากทีมแพทย์ Vitalia Wellness Clinic แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา สามารถทำการตรวจยีนส์อัลไซเมอร์ เพื่อวัดระดับความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ระดับยีนส์ได้ และคุณหมอจะประเมินว่าคุณได้รับพันธุกรรมมาจากคนในครอบครัวหรือไม่ ทำให้นำข้อมูลมาวางแผนเริ่มต้นดูเเลลดความเสี่ยง และป้องกันก่อนการเป็นโรคอัลไซเมอร์ กัน
ถ้าเรารู้ถึงความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ของตัวเองก่อน ก็จะได้นำมาใช้ในการวางแผนดูแลตัวเอง บำรุงสมอง ออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้มีความแข็งแรง ทำให้สมองมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้นซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ ดังนั้นถ้าคุณสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรง เราพร้อมให้บริการดูแล สามารถนัดจองคิวเพื่อล็อกวันและเวลาให้คุณเข้ามาตรวจความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์กับคุณหมอได้เลย

ตรวจสุขภาพ
บทความ
ติดต่อ