
วัยหมดประจำเดือนหรือวัยทอง คือ การที่เรามี “อายุ” มากขึ้น จนร่างกายได้ดำเนินไปสู่จุด “สิ้นสุด” ของการมีประจำเดือน โดยผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนอย่างสมบูรณ์จะวัดจากการที่คุณไม่มีประจำเดือนมาเป็นเวลา 12 เดือนต่อเนื่องกัน โดยที่วัยหมดประจำเดือนอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงอายุ 40 หรือ 50 ปีก็ตาม แต่อายุเฉลี่ยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 51 ปี
วัยหมดประจำเดือน จัดเป็นกระบวนการทางชีววิทยาตามธรรมชาติ แต่จะมีอาการที่ไม่พึงประสงค์ทางกายภาพเกิดขึ้นตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาการร้อนวูบวาบ เหนื่อยง่ายกว่าปกติ หรือนอนไม่หลับ ซึ่งจะส่งผลต่อทั้งสุขภาพและอารมณ์อย่างมาก แต่คุณผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป เพราะยังมีวิธีอีกมากมาย ที่จะเข้ามาช่วยบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น ให้เบาลงได้ และสำหรับคำถามที่ว่า วัยทองควรกินวิตามินอะไร และวัยทองควรดูแลตัวเองอย่างไร วันนี้ Vitalia Wellness Clinic ก็ได้นำคำตอบมาฝากกันวัยทองควรกินวิตามินอะไร และวัยทองควรดูแลตัวเองอย่างไร วันนี้ Vitalia Wellness Clinic ก็ได้นำคำตอบมาฝากกัน

อาการวัยทองที่พบบ่อย วัยทองควรกินวิตามินอะไร วัยทองควรดูแลตัวเองอย่างไร อาการวัยทองจะเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงที่คุณมีประจำเดือนขาด ๆ หาย ๆ มาบ้าง ไม่มาบ้าง ซึ่งอาจเกิดขึ้นกินระยะเวลาหลายเดือนหรือหลายปีก่อนที่ประจำเดือนจะหยุดลงอย่างสมบูรณ์ และต่อให้ประจำเดือนของคุณไม่มาต่อเนื่อง 12 เดือนแล้ว อาการวัยทองก็อาจจะคงอยู่หลังจากนั้นอีกหลายปีก็ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน โดยสัญญาณแรก ของวัยหมดประจำเดือน คือ การที่ประจำเดือนมาแบบผิดปกติ อาจมีทั้งประจำเดือนมาน้อยเกินไป หรือมามากเกินไป ไม่เหมือนปกติ นอกจากนี้ความถี่ของการมีประจำเดือนก็อาจได้รับผลกระทบด้วย ผู้หญิงทุกคนจะประสบอาการที่ไม่พึงประสงค์แตกต่างกันไป บางคนมีอาการมาก บางคนมีอาการน้อย แต่คุณจะเจอกับภาวะที่เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
อาการทั่วไปที่พบได้มาก ของวัยหมดประจำเดือน มีดังนี้
นอกจากนี้วัยหมดประจำเดือนยังอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพในด้านอื่น ๆ เช่น กระดูกอ่อนแอ โรคกระดูกพรุน หรือโรคหัวใจ

กลยุทธ์การจัดการกับอาการวัยทอง เราต้องยอมรับความจริงว่า อาการวัยทองเป็นอาการที่เราทุกคนต้องประสบพบเจออย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่าคุณมีการเตรียมตัวที่ดี รู้ว่าวัยทองควรดูแลตัวเองอย่างไร วัยทองควรกินวิตามินอะไร รู้จักอาการวัยทอง และรักสุขภาพตัวเองมากพอ จากที่มีอาการวัยทองแบบรุนแรงก็สามารถผ่อนลงให้กลายเป็นเบาลง ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้
อาการเหงื่อออกตอนกลางคืน หลาย ๆ คนจะมีอาการร้อนวูบวาบ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นโดยกินเวลาตั้งแต่ 3 นาทีขึ้นไป ซึ่งในช่วงนี้เหงื่อจะออกเยอะมากและก็ส่งผลทำให้นอนไม่หลับ แนะนำให้คุณเลือกผ้าห่มบาง ๆ เปิดพัดลมข้างเตียงเพื่อให้อากาศไหลเวียน และสวมใส่ชุดนอนที่มีความบางเบา สบายผิว
เคล็ดลับนอนหลับดี การฝึก โยคะ ไท่เก๊ และการทำสมาธิ จะช่วยทำให้คุณหลับได้ดีขึ้น และเราขอแนะนำให้คุณหยุดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ถ้าสุดท้ายยังไม่หลับจริง ๆ พยายามอย่าฝืน เพราะยิ่งฝืนก็ยิ่งทำให้นอนไม่หลับ ให้อ่านหนังสือหรือดูคลิปที่ทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลินสบายใจ หรือเปิดเพลงบรรเลงคลอไปเบา ๆ จะช่วยได้
ปัญหาช่องคลอดแห้ง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งก็อาจจะทำให้คุณไม่แฮปปี้กับการมีเพศสัมพันธ์เหมือนเดิม แต่ในปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์มากมาย ที่ช่วยทำให้ช่องคลอดของคุณชุ่มชื้น บำรุงช่องคลอด และไม่เป็นอันตราย แนะนำให้ใช้สารหล่อลื่นสูตรน้ำ หรือผลิตภัณฑ์มอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับทาช่องคลอด
จัดการอารมณ์สวิง ในที่นี้หมายถึงเดี๋ยวคุณก็รู้สึกตื่นตัวมาก แต่อีกซักพักก็รู้สึกซึมเศร้า หรือรู้สึกว่าหดหู่สลับกันไป มีอารมณ์สวิงขึ้นลงอย่างรุนแรง อาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้หญิงในช่วงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งการฝึกโยคะและไท่เก๊กก็ช่วยได้เช่นกัน เพราะว่าทั้ง 2 กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่ว่ายังเป็นการฝึกลมหายใจ ฝึกจิตในขณะที่ออกกำลังกายแบบช้า ๆ ไปด้วย หรือพยายามหากิจกรรมสนุกทำกับเพื่อน กับคนรัก กับครอบครัว อย่าปล่อยให้ตัวเองว่างจนจิตเตลิด
บางคนก็อาจจะพบกับอาการปวดหัวตามปกติทั่วไปกินยาพาราก็หาย แต่สำหรับบางคน โดยเฉพาะคนที่เป็นไมเกรนอยู่แล้ว อาการไมเกรนอาจแย่ลงอีกในช่วงวัยหมด ซึ่งทำให้หลาย ๆ คนแทบทนไม่ได้ สิ่งสำคัญคือคุณต้องใส่ใจในร่างกายตัวเองอย่างละเอียด จดบันทึกว่าไมเกรนเกิดขึ้นตอนไหน และคาดว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร และดูว่าไมเกรนปรากฏขึ้นพร้อมกับอาการร้อนวูบวาบหรือไม่
ซึ่งถ้าคุณพบว่าความหิวเป็นสาเหตุทำให้คุณปวดหัว เราก็ขอแนะนำว่าลองแบ่งการรับประทานอาหาร จากที่เคยทานมื้อใหญ่ก็ซอยออกเป็นมื้อเล็ก ๆ กินครั้งละนิดละหน่อย แต่กินตลอดทั้งวัน วิธีนี้จะช่วยบรรเทาหิวโดยที่คุณไม่ได้รับแคลอรีมากจากเดิมเท่าไหร่นัก หรือการนอนไม่เพียงพอการนอนไม่เป็นเวลาก็อาจเป็นสาเหตุของการเกิดไมเกรนขึ้นมาได้ พยายามเข้านอนเวลาเดิมและอย่ากดดันตัวเองในขณะที่นอนไม่หลับเด็ดขาด

การรักษาแบบธรรมชาติ ด้วยการทานวิตามินที่มีประโยชน์ ข้อดีของการรักษาภาวะวัยทองแบบธรรมชาติก็ คือ คุณสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ทันที ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตปรับเปลี่ยนการกิน การนอน การออกกำลังกายต่าง ๆ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาวัยทองไม่หนัก หรือเป็นคนที่ดูแลตัวเองดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรให้มากมายนัก โดยในส่วนนี้เราจะเจาะลึกวิตามินที่ผู้หญิงวัยทองควรทาน
วิตามิน D มีความสำคัญต่อสุขภาพของกระดูก และผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียมวลกระดูก และเกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีบทบาทหน้าที่การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอีกด้วย แนะนำให้ทานปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล นมจากพืช ไข่แดง และรับวิตามิน D จากแสงแดด
วิตามิน B12 จำเป็นต่อการทำงานของเส้นประสาท การผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง และการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนบางคนอาจรู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่าย ทำให้วิตามิน B12 มีความสำคัญต่อการรักษาความกระชุ่มกระชวย แนะนำให้ทาน เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะตับ ปลา นม ไข่
วิตามิน C เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และช่วยในเรื่องของการดูดซึมธาตุเหล็ก แนะนำให้ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว สตรอเบอร์รี่ กีวี รวมถึง พริกหยวก บรอกโคลี และมะเขือเทศ
วิตามิน A จำเป็นต่อการมองเห็น การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยเสริมสุขภาพผิว ในช่วงวัยหมดประจำเดือน ผิวมักมีการเปลี่ยนแปลง และวิตามิน A ช่วยรักษาสุขภาพผิวให้แข็งแรงได้ แนะนำให้ทานมันเทศ แครอท ผักโขม ผักคะน้า และตับ
วิตามิน E เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยบรรเทาอาการบางอย่าง ของวัยหมดประจำเดือนได้ เช่น อาการร้อนวูบวาบ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสุขภาพผิว แนะนำให้ทานถั่ว แนะนำ อัลมอนด์ เฮเซลนัท เมล็ดพืช อย่าง เมล็ดทานตะวัน ผักโขม บรอกโคลี
ในปัจจุบันนี้มีอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาภาวะวัยทอง เป็นวิธีที่เห็นผลจริง เห็นผลเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาวัยทองจู่โจมค่อนข้างหนัก รู้สึกไม่มีความสุข ใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม มีปัญหาทางสุขภาพจิตสุขภาพกายอย่างรุนแรง หรืออาจจะมีโรคประจำตัวอยู่แล้วเมื่อเจออาการวัยทองเข้ามาสมทบอีกก็ยิ่งแย่กว่าเดิม เราขอแนะนำอีกหนึ่งทางเลือกนั่นก็คือ การฉีดสเต็มเซลล์
ผู้หญิงที่ประสบกับภาวะวัยทองค่อนข้างหนัก อาจสามารถใช้เซลล์ต้นกำเนิด เพื่อฉีดเข้าไปฟื้นฟูรังไข่และช่วยในการหลีกเลี่ยงผลกระทบของวัยหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควรได้ ซึ่งมีงานวิจัยจากการทดลองทางคลินิกของ OSE clinical trial ENDO 2018 ที่นำไปเผยแพร่ในงานประชุมประจำปีครั้งที่ 100 ของสมาคมต่อมไร้ท่อ ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สรุปได้ว่า
ในบรรดาผู้เข้าร่วมการทดสอบ ที่ทำการฉีดสเต็มเซลล์เข้าไป พบว่าระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเลือดเพิ่มขึ้นทันที 3 เดือนหลังการฉีดสเต็มเซลล์ และผลคงอยู่เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ทำให้อาการวัยหมดประจำเดือนทุเลาลง สิ่งนี้ก็ได้มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลตัวเองของผู้หญิงหมดวัยทองยุคใหม่ ที่ต้องการวิธีแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ และตรงจุดมากที่สุด
และยิ่งนำมาปรับใช้กับวิธีรักษาแบบธรรมชาติควบคู่กันไป รวมทั้งการรับประทานอาหารเสริมวิตามินต่าง ๆ ก็จะยิ่งทำให้ผู้หญิงวัยทองมีสุขภาพร่างกายที่ดีแข็งแรง มีสุขภาพจิตที่ดีสามารถผ่านพ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ไปได้แบบมีความสุข และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่มากที่สุด
ปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ คลินิกสุขภาพและความงาม ที่นำโดย หมอแชมป์ พญ.นภาพร ธรรมพัฒนากูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ชะลอวัย เจาะลึกการดูแลสุขภาพตั้งแต่ระดับเซลล์โดยทีมคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ให้การดูแลทั้งด้านสุขภาพภายในและความงามภายนอก และยังพร้อมไปด้วย ทีมงานที่มากประสบการณ์มีความใส่ใจ พร้อมที่จะดูแลคุณอย่างดีที่สุด
หากยังไม่รู้ว่าวัยทองควรดูแลตัวเองอย่างไร หรือวัยทองควรกินวิตามินอะไร ขอแนะนำให้ลองเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และลองเช็กสุขภาพกับแพ็กเกจ Keep Being Young ที่ Vitalia Wellness Clinic และวางแผนช่วงอายุวัยทองของคุณให้มีความสุข

ตรวจสุขภาพ
บทความ
ติดต่อ