Vitalia Wellness Clinic
อัลไซเมอร์ อาการ

โรคร้ายที่ไม่ใช่แค่ "ขี้ลืม" อัลไซเมอร์ อาการไหนต้องรีบพบแพทย์

vitalia-wellness-center

อัลไซเมอร์ จัดได้ว่าเป็นโรคร้ายที่ไม่ใช่แค่ "ขี้ลืม" แล้วอัลไซเมอร์อาการไหนต้องรีบพบแพทย์ อาการหลง ๆ ลืม ๆ ที่เราอาจจะลืมเรื่องบางอย่างไปชั่วคราว จัดเป็นเรื่องปกติ และเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเคยเจออย่างแน่นอน ซึ่งสาเหตุก็อาจมาจากความเครียด การนอนไม่พอหรือปัจจัยอื่น ๆ แต่เพียงไม่นานคุณก็จะกลับมาจำเรื่องราวเหล่านั้นได้ แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับอาการหลงลืมที่เกิดขึ้นเพราะโรคอัลไซเมอร์แล้ว ความรุนแรงจะต่างกันมาก โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทั้งในเรื่องของความถี่ ความรุนแรง และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

ทั้งอาการขี้ลืมและโรคอัลไซเมอร์ เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านความจำ แต่การขี้ลืมจะเกี่ยวข้องกับอาการหลงลืมเป็นครั้งคราว เช่น ลืมว่าวางกุญแจไว้ที่ไหน หรือลืมชื่อคนที่เพิ่งทำความรู้จักกัน แต่ในทางกลับกัน โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาท ที่ค่อย ๆ ลุกลาม และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และจะส่งผลต่อความจำและการทำงานของสมองเป็นหลัก

คนเราเมื่ออายุมากขึ้น ก็อาจมีอาการขี้ลืมได้มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุที่ขี้ลืมทุกคนจะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ดังนั้นเพื่อทำให้คุณเกิดความเข้าใจอย่างกระจ่างชัดเกี่ยวกับ โรคอัลไซเมอร์ อาการ ที่เด่นชัดเป็นยังไง และจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้ป่วย และคนรอบตัวอย่างไร วันนี้ทาง Vitalia Wellness Clinic ก็ได้นำความรู้ที่มีประโยชน์มาฝากกันอีกเช่นเคย

อัลไซเมอร์ ผลกระทบ

ผลกระทบร้ายแรงของอัลไซเมอร์มีอะไรบ้าง?

ผลกระทบร้ายแรงของอัลไซเมอร์ที่จะเกิดขึ้นเป็นอันดับแรกก็คือ อาการของโรคอัลไซเมอร์จะบั่นทอนทั้งตัวผู้ป่วยเอง และลามไปจนถึงครอบครัว เพราะผู้ป่วยที่มีอาการสูญเสียความทรงจำทีละนิด จะเริ่มเกิดความสับสนในตัวเอง เกิดความหงุดหงิดง่าย และก็จะระบายความเกรี้ยวกราดนี้สู่คนรอบข้าง และเมื่อผู้ป่วยเริ่มเข้าสู่การสูญเสียความสามารถทางการรับรู้ ผู้ป่วยก็จะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นฐานง่าย ๆ อย่างการเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ หรือกินข้าว ผู้ป่วยจะต้องได้รับการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

โดยที่โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม คิดเป็น 60-80% ของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเลยทีเดียว การเกิดโรคอัลไซเมอร์นั้นไม่ใช่เรื่องปกติของผู้สูงวัย แต่ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้มากที่สุดก็คืออายุที่เพิ่มมากขึ้น และผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ส่วนใหญ่จะมีอายุ 65 ปีขึ้นไป

อาการของโรคอัลไซเมอร์ ในระยะเริ่มแรก การสูญเสียความทรงจำจะไม่รุนแรง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่อาการของโรคดำเนินไปจนถึงระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการสนทนา ไม่อาจตอบสนองอะไรได้อีกต่อไป และโดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกประมาณ 4 - 8 ปีหลังจากการวินิจฉัย แต่ผู้ป่วยบางเคสก็สามารถมีชีวิตอยู่ไปได้อีกถึง 20 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคน

ปัจจัยเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์

ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่อัลไซเมอร์ รู้ไว้เพื่อป้องกัน

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่อัลไซเมอร์นั้นยังไม่สามารถค้นพบ และทำการวิเคราะห์ได้อย่างกระจ่างชัด แต่ถึงกระนั้นก็มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างที่มีการคาดการณ์กันว่าอาจจะส่งผลทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมที่นอกเหนือไปจากอายุที่มากขึ้น เช่น

  • การมีความดันโลหิตสูงบ่อยครั้ง
  • การไม่ออกกำลังกาย
  • การทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเป็นประจำ
  • การติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • การสูบบุหรี่จัด
  • นอนหลับไม่เพียงพอ หรือมีประสิทธิภาพการนอนหลับที่ไม่ดี
  • อยู่คนเดียวบ่อยครั้งจนเกินไป ไม่ได้เข้าสังคมหรือว่าพูดคุยกับคนรอบข้างมากเท่าไหร่นัก

ปัจจัยเสี่ยงที่มาจากคนในครอบครัว

ปัจจัยเสี่ยงที่มาจากคนในครอบครัว ก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญนอกเหนือไปจากปัจจัยเสี่ยงที่มาจากการใช้ชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพ โดยผู้ที่มีพ่อแม่หรือพี่น้องที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สูงกว่าผู้ที่ไม่มีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคนี้ เพราะว่าคนในครอบครัวเดียวกัน มักจะมีความคล้ายคลึงกันในหลาย ๆ ด้านโดยเฉพาะในเรื่องของยีนที่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคสมองเสื่อม แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีคนในครอบครัว หรือมีประวัติเป็นโรคอัลไซเมอร์จะเป็นโรคนี้ ดังนั้น สาเหตุของการเกิดโรคสมองเสื่อม ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบต่อไป เพราะยังมาพร้อมกับปัจจัยที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ

วิธีการวินิจฉัยอัลไซเมอร์ พร้อมวิธีรักษาเริ่มต้น

โดยวิธีการวินิจฉัยอัลไซเมอร์ และวิธีรักษาเริ่มต้นนั้น ในช่วงแรกอาจจะไม่แตกต่างกับอาการขี้หลง ขี้ลืม ทั่วไปสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ปรากฏออกมาบ่อยขึ้นมากเท่าไหร่ ให้คุณระวังเอาไว้เลยว่า อาจจะเป็นสัญญาณแรกของอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น

  • มีอาการความจำเสื่อม เช่น จำเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้แล้ว แม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นเหตุการณ์สำคัญขนาดไหนแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก
  • มีสมาธิในการวางแผนหรือแก้ไขปัญหาได้ยาก แม้จะเป็นปัญหาที่เจอในชีวิตประจำวันทั่วไปก็ตาม
  • มีปัญหากับอุปกรณ์ทั่วไปที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ช้อนส้อม หรือเคยจับปากกาเขียนหนังสือได้ แต่ตอนนี้ก็เริ่มใช้ไม่เป็นแล้ว
  • สับสนกับสถานที่หรือเวลา ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน หรือไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นปี พ.ศ. อะไร งงว่าตัวเองกำลังอยู่ในช่วงยุคไหนของชีวิต
  • มีปัญหาด้านการมองเห็นหรือพื้นที่ เช่น ไม่เข้าใจระยะทางในการขับขี่ หรือมีการวางสิ่งของผิดที่ นำรีโมทไปวางไว้ในตู้เย็น เป็นต้น
  • พบปัญหาทางภาษา เช่น มีปัญหาในการใช้คำ หรือมีคลังคำศัพท์ในการพูดหรือการเขียนลดลง
  • มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ในด้านลบ เช่น มีภาวะซึมเศร้า หรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป จนเห็นได้อย่างชัดเจน
  • โรคสมองเสื่อมประเภทโรคอัลไซเมอร์ สามารถส่งผลต่อชีวิตประจำวันได้ในหลาย ๆ ด้าน

เมื่อ “สัญญาณเตือน” ของโรคสมองเสื่อมปรากฏขึ้น สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยจะต้องได้รับการวินิจฉัยจากคุณหมออย่างรวดเร็ว และแม่นยำ ในการวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ แพทย์จะทำการทดสอบเพื่อประเมินความบกพร่องของความจำและทักษะการคิด อย่างละเอียด ด้วยการสอบถามข้อมูลจากคนในครอบครัว ประกอบกับการให้คนไข้ทำการทดสอบหลายชุด เพื่อหาต้นตอสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง ก่อนจะหาบทสรุปของการวินิจฉัยต่อไป

การรักษาโรคอัลไซเมอร์

ทางเลือกการรักษาอัลไซเมอร์ ความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วย

ในปัจจุบัน มีทางเลือกการรักษาอัลไซเมอร์ ที่เป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วย นอกเหนือจากแนวทางการชะลอความเสื่อมของสมองที่เคยมีมาในอดีต วันนี้ทาง Vitalia Wellness Clinic จะมาแนะนำอีกหนึ่งทางเลือกของโลกยุคใหม่ ด้วยการ “บำบัดด้วยสเต็มเซลล์” เพื่อช่วยชะลอเสื่อมถอยของสมอง ที่เกิดขึ้นจากโรคอัลไซเมอร์

อ้างอิงจากการศึกษาของ UC San Diego (University of California San Diego) แสดงให้เห็นว่า การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด สามารถป้องกันการสูญเสียความทรงจำ การอักเสบของระบบประสาท และการสะสมของ β-amyloid ในหนูที่เป็นอัลไซเมอร์ได้ ที่ผ่านมาวงการแพทย์มีการค้นหาวิธีรักษาโรคเป็นอัลไซเมอร์มาอย่างต่อเนื่อง เพราะในอดีตเราไม่สามารถรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นเพียงแค่การหาวิธีชะลอเพื่อไม่ให้สมองเสื่อมเร็วขึ้นเท่านั้น

การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์กำลังถูกนำมาใช้วิจัยและศึกษาอย่างเจาะลึกในการรักษามะเร็ง และรักษาความผิดปกติของเลือด ตลอดจนเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบภูมิคุ้มกันต่าง ๆ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก แสดงให้เห็นว่าการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์อาจเป็นวิธีรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ จากการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ออกมา วันที่ 8 สิงหาคม 2566 ใน Cell Reports นักวิจัยแสดงให้เห็นว่า การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด มีประสิทธิผลในการช่วยรักษาอาการหลายอย่างของโรคอัลไซเมอร์ การทดลองดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในหนู โดยหนูที่ได้รับสเต็มเซลล์เม็ดเลือดที่มีสุขภาพดี ผลที่ได้คือหนูมีความจำที่ดีขึ้น และยังช่วยลดการอักเสบของระบบประสาท และมีการสร้าง β-อะไมลอยด์น้อยลง สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ตัวอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับการฉีดสเต็มเซลล์

Stephanie Cherqui ศาสตราจารย์จาก UC San Diego School of Medicine กล่าวว่า “ผลงานของเราแสดงให้เห็นว่าการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดลงในหนู มีศักยภาพในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคอัลไซเมอร์ และอาจเป็นแนวทางในการรักษาโรคนี้ได้อย่างมีความหวัง”

แพ็กเกจ Keep Being Young ร่างกายแข็งแรง สุขภาพสมองสดใส ราวกับย้อนวัยด้วยสเต็มเซลล์

แพ็กเกจ Keep Being Young ร่างกายแข็งแรง สุขภาพสมองสดใส ราวกับย้อนวัยด้วยสเต็มเซลล์ โดยมีทีมแพทย์ของ Vitalia Wellness Clinic ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ชะลอวัย ดำเนินการดูแลรักษาเยียวยาคนไข้อย่างมืออาชีพ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวลเนสและการฟื้นฟูสุขภาพ ประกาศนียบัตรจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีความเชี่ยวชาญในการฟื้นฟูความงามอย่างยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก

พร้อมให้คำปรึกษาช่วยเหลือดูแลผู้ที่กำลังมีปัญหาในเรื่องของอัลไซเมอร์ มีอาการหลงลืม หรือผู้ที่มีความกังวลว่าตัวเองเคยมีครอบครัวประวัติเคยเป็นอัลไซเมอร์มาก่อนก็สามารถเข้ามารับการตรวจคัดกรองโอกาสความเสี่ยงที่คุณอาจจะเป็นอัลไซเมอร์ได้ พร้อมทั้งหาวิธีดูแลวางแผนสุขภาพ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

ติดต่อนัดพบแพทย์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Vitalia Wellness Clinic
Map: https://goo.gl/maps/6LeyqUBkA9P2
เวลาเปิดบริการ Tue-Sun เวลา 10:00 น.- 18:00 น.
Tel 02-077-7801
LineID : https://lin.ee/87PIlNqO

Vitalia Wellness Clinic
All rights Reserved © Vitalia Wellness Clinic, 2023Privacy Policy