
อัลไซเมอร์ เป็นโรคที่มีผลกระทบต่อสมองและระบบประสาท ซึ่งทำให้การทำงานของสมองเสื่อมลงอย่างช้า ๆ แล้วอัลไซเมอร์ขั้นรุนแรง อันตรายแค่ไหน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ดูแลควรรู้ เพราะอาการของโรคนี้มีหลายระดับ แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นรุนแรง ผู้ป่วยจะพบกับความยากลำบากในการทำกิจวัตรประจำวัน จนถึงขั้นช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และอาจมีปัญหาสุขภาพร่างกายที่รุนแรงขึ้น อาการของอัลไซเมอร์นั้นไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง แต่ยังส่งผลถึงผู้ดูแลที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายและภาระในการดูแลผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงอาการขั้นรุนแรงและการจัดการดูแลที่เหมาะสม ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และปลอดภัยมากขึ้นตามไปด้วย
สัญญาณเตือนของอัลไซเมอร์ขั้นสุดท้ายนั้น ขออธิบายก่อนว่าโรคอัลไซเมอร์เป็นโรคทางสมองที่ทำให้ความจำ การคิด และทักษะการใช้เหตุผลลดลงอย่างช้า ๆ เมื่อเข้าสู่ขั้นสุดท้ายของโรคอัลไซเมอร์ อาการ จะทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ดูแลจำเป็นต้องให้ความสำคัญและดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เราได้นำสัญญาณเตือนขั้นสุดท้ายของอัลไซเมอร์มาแนะนำ ดังนี้
มีการสูญเสียความจำอย่างรุนแรง โดยผู้ป่วยจะจำเหตุการณ์สำคัญ ๆ ในชีวิตไม่ได้เลย ถึงขนาดจำชื่อคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทไม่ได้ ความจำทั้งระยะสั้นและระยะยาวจะเสื่อมลงอย่างมาก
ความสามารถในการสื่อสารลดลง ผู้ป่วยจะพูดได้น้อยลงหรือพูดไม่รู้เรื่อง อาจมีปัญหาในการทำความเข้าใจและตอบสนองต่อคำถามหรือคำสั่งง่าย ๆ ไม่ได้ หรือผู้ป่วยบางรายอาจหยุดพูดไปเลย
สูญเสียความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันผู้ป่วยจะไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เอง เช่น การกิน การอาบน้ำ การแต่งตัว ต้องการความช่วยเหลือในทุกเรื่องของการดำรงชีวิต
พบการเสื่อมสภาพทางกายภาพ เช่น น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากเบื่ออาหารหรือกินไม่พอ ส่งผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเคลื่อนไหวลำบาก ตลอดจนสูญเสียการควบคุมระบบขับถ่าย
มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรม เช่น มีความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือหวาดระแวงอย่างรุนแรง รวมทั้งมีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือสับสน มึนงง อาจมีอาการหลงทางจำสถานที่ที่คุ้นเคยไม่ได้เลย

สำหรับผู้ดูแลผู้ป่วย ควรมีวิธีการรับมือกับอัลไซเมอร์ขั้นรุนแรงอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอาการของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในระยะปลาย ที่อาจกินเวลาตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายปี เมื่อโรคเข้าสู่อาการขั้นรุนแรง มักต้องมีการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อโรครุนแรงขึ้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ระยะสุดท้ายมักจะมีปัญหา ดังนี้
ข้อแนะนำสำหรับการรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย สำหรับผู้ดูแลโดยเฉพาะ ต้องทำให้มั่นใจว่าผู้ป่วยได้กินอาหารทุกวัน เพราะผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจลืมกินอาหารหรือเบื่ออาหารได้ ซึ่งการเติมน้ำตาลในอาหาร อาจช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้ สำหรับข้อแนะนำ มีดังนี้
ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และย่อยง่าย เช่น โจ๊ก, ซุป, ผลไม้บด และผักบด หากผู้ป่วยมีปัญหาในเรื่องของการกลืน ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือช่วยทาน
การเคลื่อนไหวและป้องกันแผลกดทับ ต้องปรับเปลี่ยนท่านอนของผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดแผลกดทับ ใช้เบาะรองนั่งและที่นอนที่ช่วยป้องกันแผลกดทับ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ป่วย
การดูแลด้านสุขอนามัย ต้องช่วยผู้ป่วยอาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายเป็นประจำ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ เปลี่ยนเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนเป็นประจำ เพื่อรักษาความสะอาด
การดูแลด้านอารมณ์และจิตใจ เช่น จัดห้องและบ้านให้มีความเงียบสงบและปลอดภัย เพื่อช่วยลดความสับสน และความวิตกกังวลของผู้ป่วย เตียงนอนต้องวางอยู่ในห้องที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อสร้างความปลอดภัย
เน้นการสื่อสารที่ชัดเจนและมีความใจเย็น โดยพูดคุยกับผู้ป่วยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและใช้คำพูดที่ชัดเจน และใช้การสัมผัสที่อบอุ่น เช่น การจับมือหรือกอด เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นให้กับผู้ป่วย
พาผู้ป่วยไปคุณหมอเป็นประจำเพื่อติดตามอาการ และปรับแผนการรักษาตามความเหมาะสม และดูแลให้ผู้ป่วยทานยาตามที่หมอสั่งทุกวัน
นอกจากนี้ ผู้ดูแลยังควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและดูแลสุขภาพของตนเองเพื่อให้มีพลังกายและใจในการดูแลผู้ป่วยต่อไป และต้องมีการสลับสับเปลี่ยนเวรดูแลผู้ป่วยเฉลี่ยอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะไม่ทำให้สมาชิกคนใดคนหนึ่งในครอบครัว แบกรับภาระหน้าที่ ในการดูแลผู้ป่วยที่หนักมากจนเกินไป หรือจ้างพยาบาลหรือผู้ดูแลพิเศษ มาช่วยแบ่งเบาการทำงานในส่วนนี้บ้าง การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในระยะสุดท้ายเป็นภารกิจที่ใช้ทั้งความรัก ความอดทน และความเข้าใจ ในระดับสูง และต้องมีการดูแลอย่างครบถ้วนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการทำตามคำแนะนำของคุณหมอจะช่วยทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้อาการอัลไซเมอร์ลุกลามในปัจจุบันนี้อัลไซเมอร์เป็นโรคที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถวางแผนป้องกันและชะลอการลุกลามของโรคได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม เราได้นำวิธีการที่สามารถช่วยป้องกันไม่ให้อาการอัลไซเมอร์ลุกลามมาแนะนำกันดังต่อไปนี้
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเสริมสร้างระบบไหลเวียนโลหิตและปรับปรุงการทำงานของสมองได้ แนะนำกิจกรรมเช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ โยคะ หรือการทำกิจกรรมที่ใช้แรง ที่จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอัลไซเมอร์และชะลอการลุกลามของโรคได้
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ขอแนะนำอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักและผลไม้ ช่วยลดการอักเสบและป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง การบริโภคปลาและอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น แซลมอน ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดเชีย ช่วยเสริมสร้างสุขภาพสมอง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลสูง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอัลไซเมอร์
การรักษาสมองให้ตื่นตัว โดยการทำกิจกรรมที่กระตุ้นสมอง เช่น การอ่านหนังสือ เล่นเกมปริศนา หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมอง การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอัลไซเมอร์เช่นกัน
การดูแลสุขภาพทางจิตใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำการทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ และการออกกำลังกายด้วยโยคะ ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แก่จิตใจ นอกจากนี้การนอนหลับที่ดี และมีคุณภาพ ยังช่วยเสริมสร้างการฟื้นฟูสมอง และลดความเสี่ยงในการเกิดอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย
การตรวจสุขภาพประจำปี และการตรวจคัดกรองอาการของอัลไซเมอร์ จะทำให้คุณตรวจพบโรคในระยะแรก และเริ่มการรักษาที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น แนะนำให้เช็กระดับความดันโลหิต คอเลสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้
การทานยาตามคำแนะนำของแพทย์สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีอาการเริ่มแรกของอัลไซเมอร์ การทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ จะสามารถช่วยชะลอการลุกลามของโรคได้ คุณหมออาจจ่ายยาที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมอง และลดการเสื่อมสภาพของเซลล์สมองได้
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ไม่เพียงแต่จะช่วยชะลอการลุกลามของการเกิดอัลไซเมอร์เท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยได้ดีอีกด้วย

สุขภาพดีจากภายในด้วยแพ็กเกจ Keep being Young Program สำหรับคนที่รักในการดูแลตัวเองด้วยศาสตร์ใหม่ โปรแกรมเพื่อการชะลอวัย โดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีผิวสวยสุขภาพดี มีความแข็งแรงจากภายในในทุก ๆ ด้าน ด้วยโปรแกรมสุดพิเศษจาก Vitalia Wellness Center โปรแกรม Keep being Young Program เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจน
Alzheimer’s Gene Test การตรวจยีนส์อัลไซเมอร์ เป็นการตรวจเพื่อวัดระดับความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ระดับยีนส์ โดยประเมินว่าเราได้รับพันธุกรรมจากคนในครอบครัวหรือไม่ ทำให้เราเริ่มต้นดูเเลลดความเสี่ยง ป้องกันก่อนการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ การตรวจนี้ไม่ต้องดน้ำงดอาหาร และสามารถทราบผลไดเใน 7-14วัน โดยผลตรวจนั้นจะออกมาเป็นค่าความเสี่ยง 3 ระดับ ได้แก่
หากผลตรวจออกมามีความเสี่ยงสูงระดับ3 ต้องรีบฟื้นฟูสมองอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่จะเกิดขึ้น
หากตรวจพบยีนส์อัลไซเมอร์ คุณหมอจะทำการประเมินก่อนว่า มีความเสี่ยงระดับไหน 1-3 และนำไปวางแผนเพื่อดูแลคนไข้ต่อไป ดังนี้

ตรวจสุขภาพ
บทความ
ติดต่อ